อัปเดตล่าสุด!! 35 ประเทศ คนไทยเที่ยวฟรีวีซ่า
อยากเที่ยวแต่ไม่อยากขอวีซ่า bolttech.co.th ขอแนะนำ 35 ประเทศฟรีวีซ่า สำหรับคนไทยให้ได้เที่ยวกันแบบฟิน ๆ สามารถใช้เพียงพาสปอร์ตก็เข้าเที่ยวได้ทันที ไม่ยุ่งยาก แถมประหยัดเวลาอีกด้วย ใครกำลังเเพลนจะไปเที่ยวต่างประเทศ พลาดไม่ได้เลย ว่าแล้วเรามาติดตาม กันดีกว่าว่า จุดหมายปลายทางไหนไม่ต้องขอวีซ่า และเปิดโอกาสให้เราได้ท่องเที่ยวกี่วันบ้างนะ? พร้อมแล้วลุย !!!

** หมายเหตุ: อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทาง เนื่องจากเป็นการอนุญาตของประเทศปลายทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
อยากเที่ยวต่างประเทศแต่ไม่รู้ไปไหน อ่านทริปคร่าว ๆ ก่อนเที่ยวได้นะ
เพื่อให้อินกับการเที่ยวแบบฟรีวีซ่ามากขึ้น bolttech ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแบบคร่าว ๆ ให้ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าอยากออกเที่ยวกับ “10 อันดับประเทศน่าเที่ยวรอบโลก แบบไม่ง้อวีซ่า!” ตามนี้เลยครับ
1. สิงคโปร์ : ประเทศฟรีวีซ่าเที่ยวได้ 30 วัน

ถึงจะเป็นเพียงประเทศเกาะเล็กๆ แต่สิงคโปร์ก็มีเสน่ห์น่าเที่ยวมากครับ !! สำหรับพิกัดแรกที่น่าสนใจ และพลาดไม่ได้เลยก็คือ “รูปปั้นสิงโตพ่นน้ำเมอร์ไลอ้อน (Merlion Park)” ครับ ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ที่มีหัวเป็นสิงโตและมีลำตัวเป็นปลา หากใครมาถ่ายรูปตรงบริเวณนี้แล้ว แสดงว่าคุณได้มาเที่ยวสิงคโปร์สำเร็จ และยังมีถึง 5 แห่งให้นักท่องเที่ยวได้ตามล่า หรือจะลองเปลี่ยนบรรยากาศ มานั่งตอนดึกๆ ก็สวยงามไม่แพ้กัน เรียกว่าเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโซนเอเชีย ที่เติบโตและทันสมัยอย่างรวดเร็ว รวมถึงเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจ ยิ่งทำให้หลายคนสนใจอยากเรียนต่อที่สิงคโปร์เช่นกัน ทั้งเดินทางง่าย สะดวก และอยู่ใกล้ไทยอีกด้วย
BolttechTips : เที่ยวสิงคโปร์ไม่ยากอย่างที่คิดนะครับ เพราะเดินทางสะดวก ปลอดภัย มีสถานที่สำคัญมากมาย และยังมีสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ให้ได้ท่องเที่ยวด้วย แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินได้ในราคาถูก แนะนำให้คุณลองเลือกแพ็กเกจไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ควบคู่ไปพร้อมกับประกันเดินทางก็ยิ่งดี เพื่อให้ได้ราคาประหยัดและสุดคุ้ม
2. ฟิลิปปินส์ : ประเทศฟรีวีซ่าเที่ยวได้ 30 วัน

เมื่อพูดถึงประเทศฟิลิปปินส์ หลายคนก็คงจะนึกถึงหมู่เกาะต่างๆ อันสวยงาม มีทั้งน้ำทะเล น้ำตก และชายหาดสวยๆมากมาย แนะนำให้ลองมาเช็คอินที่ “เกาะโบราเคย์” เพราะเป็นที่เที่ยวฟิลิปปินส์อันดับต้นๆ ของโลกเลย ซึ่งจะมีกิจกรรมให้เลือกทำหลายอย่าง เช่น ว่ายน้ำ อาบแดด ดำน้ำ ดูปะการัง เล่นโต้คลื่นวินด์เซิร์ฟ หรือล่องเรือใบ ก็มีบริการให้เช่านะ ใครที่อยากจะมาเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว ก็สามารถแวะเข้ามาได้ เพราะใต้ท้องทะเล จะมีทั้งปลาเล็ก ปลาใหญ่นานาชนิด และพืชพรรณต่างๆ ที่หาชมได้ยาก หรืออยากสัมผัสทะเลสวยน้ำใส ก็ลองนั่งเรือข้ามเกาะไปเลย หรือจะนอนอาบแดดบนชายหาดก็ฟินไปอีกนะครับ
Bolttech Tips : ถ้าอยากลองเล่นเซิร์ฟ ก็ควรสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อจะได้รับการฝึกฝนที่ถูกต้อง และปลอดภัย แล้วอย่าลืมเช็คสภาพอากาศก่อนการเดินทางเช่นกัน แนะนำให้มาช่วงเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ เพราะเป็นช่วงหน้าหนาว กลางวันจะร้อน กลางคืนอากาศจะเย็นสบายหน่อย และควรหลีกเลี่ยงฤดูฝนไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน จนถึงเดือนตุลาคม
3. ไต้หวัน : ประเทศฟรีวีซ่าเที่ยวได้ 14 วัน

“เที่ยวไต้หวันเกาะเล็ก ๆ ที่มีดีมากกว่าชาไข่มุก!”ที่แห่งนี้เป็นอีกประเทศที่เราสามารถเที่ยวเองได้ง่าย และอยู่ใกล้ไทยเช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ ไต้หวัน ถึงจะเป็นเพียงประเทศเล็กๆ แต่ก็รวมวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนที่นั่นได้อย่างลงตัว โดยมีหมู่บ้านเล็กๆที่ผสมผสานระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงท่ามกลางหุบเขา เหมาะกับการถ่ายรูปเช็คอินสุดๆ หรือถ้าอยากชิมของกินอร่อยๆ ก็ต้องมา “ตลาดกลางคืนซื่อหลิน” (Shilin Night Market) กันดูสิ เพราะหลายคนต่างบอกว่าเป็นตลาดกลางคืนใหญ่ที่สุดในเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน แถมยังมีอาหารสูตรลับของชาวไต้หวันอีกหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น ชาบูหมาล่า บะหมี่อาจง ซาลาเปาอบโอ่ง หรือไอศกรีมถั่วตัด สามารถเข้ามาชิมกันก่อนได้ ส่วนใหญ่จะออกแนวอาหารดั้งเดิมของชาวไต้หวัน มีให้เลือกตามใจชอบ แล้วอีกเมนูที่อยากแนะนำก็คือ “หอยนางรมสดทอด กับซอสเผ็ด” อันนี้จะกินเล่นก็ได้ กินจริงก็ดีครับ
ฺBolttech Tips : ใครกำลังแพลนจะมาเที่ยวไต้หวัน ให้เตรียมพกถุงผ้าหรือกระเป๋าเป้มาใส่ของด้วย เพราะชาวไต้หวันเป็นประเทศรักสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ จึงไม่นิยมใช้ถุงพลาสติกกัน เวลาจะไปเดินตลาดนัดกลางคืนก็เตรียมเผื่อเอาไว้กันด้วย ทั้งนี้คงต้องย้ำว่าไต้หวันฟรีวีซ่าถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 เท่านั้น (ข้อมูล : กรมการกงสุล 15 มีนาคม 2562)
4. บาห์เรน : ประเทศฟรีวีซ่าเที่ยวได้ 14 วัน

พลาดไม่ได้เลย !! ประเทศฟรีวีซ่ากับประเทศบาห์เรน เอาใจเหล่านักเดินทางสุดๆ สามารถเดินทางเข้ามาง่าย แบบสบายไม่ต้องผ่านวีซ่า เมื่อมาเที่ยวบาห์เรนกันแล้วต้องลองแวะเยี่ยมชม “มัสยิดกลาง (Al Fateh Grand Mosque)” ในเมืองมานามากันก่อน ถือเป็นโดมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตกแต่งสวยงามสไตล์อาหรับ และโดดเด่นด้วยซุ้มประตูโค้งทางเข้า หากคุณต้องการเข้ามาเยี่ยมชมภายใน ทางมัสยิดก็จะจัดเตรียมชุดคลุมสีดำสำหรับสวมใส่ไว้ให้ สามารถแวะเวียนเข้าไปได้ บางแห่งก็เปิดให้เข้าชมฟรีด้วยนะ นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถเล่นรับลมเย็นๆ ตรงบริเวณอ่าวเปอร์เซียได้เช่นกัน เนื่องจากมีเกาะต่างๆ มากมายกระจายทั่วบริเวณ แล้วที่สำคัญอย่าลืมซื้อของฝากจากบาห์เรนติดมือไปด้วยล่ะ เช่น เครื่องประดับ พรม ผ้า และไข่มุก นับว่าเป็นสินค้ายอดฮิตของที่นี่เลย
Bolttech Tips : เอาจริงๆแล้ว การเดินทางสะดวกที่สุดในการเที่ยวบาห์เรน คือ การเช่ารถขับ เพราะบาห์เรนจะค่อนข้างกว้าง ถนนหนทางยาวไกล แถมราคาเช่ารถก็ไม่แพง คุณจะลองขับรถเล่นชมเมือง ชมวิวทะเลก็เพลินได้ตลอดทั้งวัน
5. มัลดีฟส์ : ประเทศฟรีวีซ่าเที่ยวได้ 30 วัน

ไม่ว่าใครก็อยากจะไปเที่ยวมัลดีฟส์ สถานที่ฮันนีมูนสุดยอดฮิตของคู่รักทั่วโลก ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรอินเดีย ถือเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลเลยครับ จะมีเกาะเล็ก เกาะใหญ่มากมาย อีกทั้งเป็นแหล่งดำน้ำขนาดใหญ่ที่สุดอีกด้วยนะ สิ่งที่น่าสนใจคือ “เกาะ Bluetribe Moofushi” ครับ เพราะเกาะแห่งนี้จะมีน้ำทะเลสีฟ้าตัดกับหาดทรายสีขาว พร้อมเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเข้ามาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ดำน้ำลึก ดำน้ำตื้น และล่องเรือใบ ซึ่งเขาจะเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำให้ และพาคุณไปยังจุดดำน้ำที่ดีที่สุด ส่วนที่พักในมัลดีฟส์เราก็จะเห็นวิวทะเลแบบใกล้ชิด หรือเดินลงไปว่ายน้ำกันเล่นได้เลย การออกเที่ยวประเทศฟรีวีซ่าอย่างมัลดีฟส์เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ เพลิดเพลินไปกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น อินเตอร์เน็ตไร้สาย ที่จอดรถ จุดให้บริการ อาหารเช้า รวมถึงบริการนวดให้ผ่อนคลาย รับรองว่าตื่นตาตื่นใจแน่นอน
Bolttech Tips : การออกเที่ยวมัลดีฟส์จะมีให้เลือกทั้งที่พักกลางทะเล และที่พักริมชายหาด ขอแนะนำให้เลือกเป็นที่พักบนเกาะครับ แล้วรวมเเพ็กเกจอาหารและเครื่องดื่มไปเลย จะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย และคุ้มค่ามากกว่า
6. เอกวาดอร์ : ประเทศฟรีวีซ่าเที่ยวได้ 90 วัน

เดินทางสู่ดินเเดนอเมริกาใต้มุ่งสู่เที่ยวเอกวาดอร์กันเถอะ!! แวะดื่มด่ำแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ แบบสไตล์ยุโรป เต็มไปด้วยจุดน่าสนใจของนักท่องเที่ยว แนะนำให้คุณเดินทางมายัง “โบสถ์ซานฟรานซิสโก” มหาวิหารโบสถ์แห่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าของกรุงกีโต พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมความงามภายใน อันเต็มไปด้วยผลงานชิ้นเอกระดับโลก ภาพวาด ภาพปูนเปียก งานเเกะสลักของศิลปินชื่อดัง และยังเป็นแหล่งย่านเมืองเก่าที่รวมวัฒนธรรมทั่วทุกมุมโลก ขอบอกเลยว่าสวยงามราวกับเทพนิยายจริงๆครับ และที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงเอกวาดอร์ ต้องแวะเข้ามาชมตลาดพื้นเมือง จะมีสินค้าให้เลือกช้อปมากมาย เช่น เสื้อผ้า ไหมพรม ผ้าพันคอ และหมวก ล้วนเป็นงานฝีมือแทบทุกชิ้น หรือสนใจภาพวาดสวยๆ ก็สามารถเข้ามาได้เช่นกัน เพราะบางแห่งก็มีการสาธิตวาดภาพท้องถิ่นโชว์ให้นักท่องเที่ยวได้เสพงานศิลป์ด้วย
Bolttech Tips : ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศเอกวาดอร์ จะพูดภาษาสเปนเป็นหลัก และคนพื้นเมืองจะพูดคุยกันด้วยภาษากิชัวร์ แต่ก็ยังมีพูดภาษาอังกฤษอยู่บ้าง หากนักท่องเที่ยวมือใหม่มาเที่ยวเอกวาดอร์ครั้งแรก ก็สามารถสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่ หรือคุยกับคนที่นั่นได้เลย เพราะชาวเอกวาดอร์ค่อนข้างจะเฟรนลี่ และมีความเป็นมิตร
7. มาเก๊า : ประเทศฟรีวีซ่าเที่ยวได้ 30 วัน

อีกหนึ่งประเทศเดินทางไม่ไกลจากไทยเลย นั่นคือ มาเก๊า ถือเป็นสถานที่ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะที่นี่ได้รับวัฒนธรรมมาจากประเทศจีน จึงทำให้เราเห็นหมู่บ้าน และวัดต่างๆ มีลักษณะเป็นจีนทั่วเมือง มองดูอาจจะใกล้เคียงกับฮ่องกงเลยครับ หากใครเดินทางมาถึงมาเก๊าแล้ว ต้องลองเที่ยวที่ “วัดอาม่า” กันดู ถือเป็นวัดเก่าแก่ยอดฮิตในมาเก๊า ที่มีทั้งชาวไทยและชาวจีนนิยมเข้ามาไหว้ขอพร เชื่อว่าจะสมหวังในเรื่องความรัก และโชคลาภ นอกจากนี้มาเก๊าก็ยังได้รับวัฒนธรรมจากตะวันตกเช่นกัน ถ้าจะให้แนะนำจุดเช็คอินสไตล์ยุโรป ก็ต้องมาเที่ยวที่ “โบสถ์เซนต์ปอล” ภายในจะโชว์พิพิธภัณฑ์แสดงศาสนา รูปปั้น และภาพวาดต่างๆ พร้อมเปิดให้บริการชมฟรี คุ้มค่ามากๆครับ ส่วนร้านอาหารในมาเก๊าก็มีให้เลือกมากมาย รวมถึงขนมหวานตามร้านต่างๆ ก็มีให้ชิมตลอดทาง พูดง่ายๆก็คือ จบครบภายในที่เดียวครับ ยิ่งถ้าใครชอบดูแสงสียามค่ำคืน ก็จะมีการแสดงดนตรีสด มายากล และกิจกรรมอื่นๆ ให้เข้าร่วมได้ตามใจชอบครับ
Bolttech Tips : หากเดินทางจากไทยถึงมาเก๊า จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น (โดยเครื่องบิน) และการเดินทางในมาเก๊าจะเป็นรถประจำทาง กับรถเเท็กซี่นะ จะไม่มีรถไฟฟ้าครับ
8. ตุรกี : ประเทศฟรีวีซ่าเที่ยวได้ 30 วัน

ใครวางแผนจะไป “เที่ยวตุรกีให้สนุกและปลอดภัย”ก็ควรจะต้องศึกษาข้อมูลท่องเที่ยวให้ดีซะก่อน ตามด้วยจัดทริปที่อยากเที่ยวไว้รอ ถ้าจะให้แนะนำสถานที่เจ๋งๆ คุณต้องลองไปขึ้นบอลที่ “คัปปาโดเจีย” ครับ เพื่อชมนครใต้ดิน คุณจะได้เห็นวิวทัวทัศน์เป็นเมืองเก่า และบอลลูนหลากหลายสีสัน ส่วนบริเวณพื้นด้านล่างจะเป็นแท่งหินปูนวางตัวกระจายกัน เนื่องจากเคยเกิดภูเขาไฟมาก่อน จึงถูกเรียกชื่อว่าเป็น “ดินแดนแห่งปล่องไฟนางฟ้า” ดังนั้น หากใครสนใจก็ลองมาเที่ยวชมกันได้ครับ ซึ่งมีค่าบริการขึ้นบอลลูนให้เลือกหลายราคา บางแพ็คเกจก็มีการเฉลิมฉลองด้วยการดื่มแชมเปญกันด้วยนะ แบบว่าโรแมนติกมากๆ ยิ่งไปช่วงตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้น จะถ่ายรูปสวยได้หลายช็อต!! ยกให้ตุรกีแห่งนี้เป็นเมืองแห่งบอลลูนเลยก็ว่าได้ ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวตุรกีก็อย่าลืมมาทำกิจกรรมนี้กันดูนะ นอกจากนั้นที่เที่ยวตุรกียังเต็มไปด้วยดินแดนโบราณ ผสมผสานระหว่างศิลปะตะวันตกสไตล์ออตโตมัน และกรีกโรมันได้อย่างลงตัว สามารถเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมได้ฤดูเลย แล้วยังเป็นประเทศฟรีวีซ่าสำหรับคนไทยอีกด้วย งั้นเราไปเที่ยวตุรกีกันเถอะ !!
Bolttech Tips : ถ้าคุณไปขึ้นบอลลูนที่เมืองคัปปาโดเกีย บางเเพ็คเก็จก็จะมีบริการรถรับส่งไปกลับโรงแรม และบริการของว่าง พร้อมเสริฟ์ขนมให้กินกันด้วย รวมถึงบริการติดตั้งถ่ายรูป วิดีโอบนบอลลูนเช่นกัน หลังจากภารกิจเสร็จสิ้นคุณก็จะได้ใบรับรอง Flight Certificate ว่ามาพิชิตบอลลูนที่ตุรกีสำเร็จแล้ว !! อันนี้สามารถเอาไปอวดเพื่อนๆได้เลยล่ะ
9. รัสเซีย : ประเทศฟรีวีซ่าเที่ยวได้ 30 วัน

เคยคิดอยากจะไปเที่ยวรัสเซียกันใช่ไหมครับ? เวลาดูรูปสถาปัตยกรรมของรัสเซียแล้ว เชื่อว่าใครก็คงอยากจะไปเห็นด้วยตาจริงมากกว่า ถือว่าโดดเด่นสวยงามแบบสไตล์รัสเซีย จุดเด่นที่น่าสนใจและคุ้นเคยกันดี คือ “จัตุรัสแดง” ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็จะเห็นเป็นสีแดงทั่วเมือง โดยชาวรัสเซียมักจะมาจัดงานเฉลิมฉลอง หรือเทศกาลสำคัญต่างๆไว้ที่นี่
แล้วอย่าลืมแวะที่ “เครมลินแห่งกรุงมอสโก” กันด้วยนะ หากพูดง่าย ๆ ก็เปรียบเสมือนใจกลางสำคัญของประเทศรัสเซียนั่นเอง มีพระราชวังเครมลิน หอคอย และวิหารสำคัญต่างๆ รวมถึงจุดชมความงามจากสะพานข้ามแม่น้ำมัสกวา (Moskva) ทำให้องค์การยูเนสโก (UNESCO) จัดให้พระราชวังเครมลินเป็นมรดกของโลก หากใครต้องการเดินทางมาเที่ยวนั้นก็ง่ายนิดเดียว เพียงแค่คุณเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เช่น จองตั๋วเครื่องบิน จองตั๋วรถไฟ และประกันเดินทาง ถือเป็น“สิ่งที่ต้องมีก่อนเที่ยวรัสเซีย”เลยนะครับ ก็จะช่วยทำให้ทริปนี้ของคุณสนุกขึ้นกว่าเดิม
Frank Tips : ก่อนไปเที่ยวรัสเซียนั้น ก็ควรจองตั๋วรถไฟระหว่างเมืองล่วงหน้า เพื่อให้สะดวกกับการเดินทางเที่ยวหลายเมือง เพียงแค่คุณเข้าไปจองที่“Rassia Railways”นี้ โดยระบุชื่อเมืองไป-กลับ จำนวนวัน และเวลาที่ต้องการเดินทาง ก็จะช่วยทำให้คุณเที่ยวสะดวกและรวดเร็วขึ้น
10. แอฟริกาใต้ : ประเทศฟรีวีซ่าเที่ยวได้ 30 วัน

ถ้าอยากผจญภัยเพิ่มอีกหน่อย บินตรงไปที่แอฟริกาใต้ได้เลยครับ เพราะเป็นอีกประเทศฟรีวีซ่าเช่นกัน เรียกว่าเป็นสวรรค์ของเหล่านักเดินทางเลย เพราะจะรายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม พอเปิดโลกกว้างเข้าสู่ “ดินแดนซาฟารี” คุณก็สามารถลงพื้นที่สำรวจชีวิตสัตว์ป่าได้ด้วยตัวเอง หรือเลือกใช้บริการเช่ารถพร้อมไกด์ทัวร์ก็ได้นะครับ ทั้งนี้คุณยังพบกับเหล่าสัตว์ป่าหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น สิงโต เสือดาว ช้าง แรด ยีราฟ ม้าลาย และควายป่า โดยทุกปีทางเจ้าหน้าที่ก็จะเปิดอุทยานให้นักท่องเที่ยวเข้ามาส่องชีวิตสัตว์ป่า แบบใกล้ชิดแบบจัดเต็ม! ไม่ใช่เป็นการจำลองภาพให้เห็นนะ ก็คือ ทางทัวร์จะพาเราไปยังสถานที่ในป่าจริง และให้ชมวิวสองข้างทาง เพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวขาลุยแบกเป้ หากเป็นสัตว์ให้เยี่ยมชมแบบปล่อยทางทัวร์ก็จะให้นั่งรถตู้ หรือรถจิ๊บมีหลังคา แต่ถ้าสัตว์ไม่ได้ถูกปล่อย หรือเป็นสัตว์ป่าที่ไม่ดุร้าย ก็จะเปิดประทุนรถให้เยี่ยมชมข้างทาง คุณจะมาเที่ยวพร้อมกับเพื่อนๆ หรือลุยเดี่ยวก็สนุกไปคนละแบบครับ !!
Bolttech Tips : สิ่งสำคัญของการมาเที่ยวแอฟริกาใต้ อย่ามัวแต่ห่วงถ่ายรูปสัตว์อย่างเดียวกันครับ เพราะอาการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เราควรซื้อประกันเดินทางเผื่อเอาไว้ คุ้มครองคุณให้ปลอดภัยตลอดทริป
เห็นกันแล้วใช่ไหม? มีอีกหลายประเทศที่ฟรีวีซ่าสำหรับคนไทย ซึ่งจะมีจุดหมายให้คุณเลือกมากมาย อันนี้เราสามารถเตรียมวางแผน หยุดยาวไปพักผ่อนกันได้ แถมไม่ต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายในการขอวีซ่าให้ปวดหัว เพียงแค่คุณถือพาสปอร์ตเข้าออกระหว่างประเทศนั้นๆ แต่อย่าลืมเที่ยวเพลินกันเชียวล่ะ เพราะทุกประเทศจะกำหนดระยะเวลาเอาไว้ และเพื่อให้ทริปครั้งนี้ของคุณปลอดภัยมากขึ้น ก็ลอง ซื้อประกันเดินทางออนไลน์กับ Frank.co.th ดูสิ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวมือใหม่ หรือขาลุยชอบเที่ยว ประกันเดินทางก็จะช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด จึงทำให้ชีวิตคุณเลยปลอดภัยแบบหายห่วง นอกจากนี้ยังคุ้มครองกรณีเสียชีวิต , คุ้มครองสัมภาระสูญหายรวมถึงเครื่องบินดีเลย์เราก็ดูแลนะ พร้อมให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม.